สุนทรียศาสตร์แห่งรสสัมผัส : เจาะลึกโลกของไวน์ 5 สไตล์ที่คุณต้องหลงรัก
- โรงเรียนมารุสอนอาชีพการ เรือสำราญและการโรงแรม
- 6 มี.ค.
- ยาว 1 นาที
สวัสดีค่ะผู้อ่านชาว มารุโชติ ทุกท่าน หลังจากที่เราพอจะรู้จักหน้าค่าตาของไวน์แต่ละประเภทกันไปบ้างแล้ว วันนี้เราจะขอพาทุกคน "จิบ" รายละเอียดให้ลึกซึ้งลงไปอีกนิด เพื่อที่เวลาไปเลือกซื้อหรือสั่งในร้านอาหารครั้งหน้า คุณจะกลายเป็นกูรูตัวจริงที่รู้ใจตัวเองที่สุดค่ะ

🍷 1. ไวน์แดง (Red Wine): นิยามของความคลาสสิกและนุ่มลึก
หัวใจสำคัญของไวน์แดงคือ "แทนนิน" (Tannin) หรือความฝาดที่เราสัมผัสได้บริเวณกระพุ้งแก้มค่ะ สารนี้ได้มาจากเปลือกและเมล็ดขององุ่นแดงที่ถูกหมักบ่มรวมกับน้ำองุ่นนั่นเอง

คาแรคเตอร์: มีตั้งแต่แบบ Light-bodied ดื่มง่ายสดชื่น (เช่น Pinot Noir) ไปจนถึง Full-bodied ที่เข้มข้นจนเกือบหนืด (เช่น Cabernet Sauvignon)
กลิ่นสัมผัส: มักจะได้กลิ่นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่สีดำและแดง เช่น เชอร์รี่ พลัม รวมถึงกลิ่นที่ได้จากการบ่มถังไม้โอ๊คอย่าง วานิลลา ยาสูบ หรือช็อกโกแลต
Tip: ควรดื่มในแก้วที่มีกระเปาะใหญ่เพื่อให้ไวน์ได้สัมผัสอากาศ (Breathing) รสชาติจะนุ่มนวลขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ค่ะ
🥂 2. ไวน์ขาว (White Wine): ความสดชื่นที่ปลุกความมีชีวิตชีวา
ไวน์ขาวส่วนใหญ่ผลิตจากองุ่นเขียว หรือองุ่นแดงที่คั้นเอาเฉพาะน้ำโดยไม่หมักรวมกับเปลือก จุดเด่นที่สุดคือ "ความเปรี้ยว" (Acidity) ที่ทำให้เรารู้สึกกระปรี้กระเปร่าค่ะ

คาแรคเตอร์: มีความใสสะอาด รสสัมผัสเบาบางกว่าไวน์แดง มักจะไม่มีความฝาดกวนใจ
กลิ่นสัมผัส: จะอบอวลไปด้วยกลิ่นดอกไม้สีขาว ผลไม้รสเปรี้ยวอย่างเลมอน เกรปฟรุต หรือผลไม้เมืองร้อนอย่างสับปะรดและมะม่วง หากเป็นไวน์ขาวที่บ่มถังโอ๊คอย่าง Chardonnay ก็จะมีกลิ่นเนยและป๊อปคอร์นหอมละมุนเพิ่มเข้ามาค่ะ
Tip: การแช่เย็นคือหัวใจสำคัญ แต่ระวังอย่าให้เย็นจัดจนแข็งนะคะ เพราะจะไปกลบกลิ่นหอมอันละเอียดอ่อนของไวน์ได้
🌸 3. ไวน์โรเซ่ (Rosé Wine): มนต์เสน่ห์สีชมพูที่มากกว่าแค่ความสวย
หลายคนเข้าใจผิดว่าโรเซ่คือการเอาไวน์แดงมาผสมไวน์ขาว แต่จริงๆ แล้วมันคือศิลปะการหมักองุ่นแดงกับเปลือกเพียง "ชั่วคราว" (ประมาณไม่กี่ชั่วโมง) จนได้สีชมพูอ่อนใสไปจนถึงสีส้มทองแดงค่ะ

คาแรคเตอร์: เป็นทางสายกลางที่สมบูรณ์แบบ ได้ความสดชื่นเหมือนไวน์ขาว แต่มีโครงสร้างบางส่วนจากองุ่นแดง
กลิ่นสัมผัส: กลิ่นสตอเบอร์รี่สด แตงโม และกุหลาบมักจะเป็นกลิ่นหลักที่ทำให้โรเซ่เป็นขวัญใจสาวๆ ทั่วโลก
Tip: เป็นไวน์ที่เข้ากับอาหารได้หลากหลายที่สุด (Food Friendly) ตั้งแต่ส้มตำรสแซ่บไปจนถึงซูชิคำโตเลยค่ะ
🍾 4. ไวน์สปาร์คกิ้ง (Sparkling Wine): ฟองมหัศจรรย์แห่งการเฉลิมฉลอง
ไวน์ที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการหมักครั้งที่สอง ทำให้เกิดฟองละเอียดพุ่งพล่านอยู่ในแก้ว ที่เราคุ้นหูที่สุดคือ Champagne (ซึ่งต้องมาจากเมืองแชมเปญในฝรั่งเศสเท่านั้นนะคะ)

คาแรคเตอร์: ให้ความรู้สึกหรูหรา ซ่า และสะอาดลิ้น ฟองเล็กๆ จะช่วยกระตุ้นต่อมรับรสได้ดีเยี่ยม
กลิ่นสัมผัส: นอกจากกลิ่นผลไม้เปรี้ยวๆ แล้ว สปาร์คกิ้งไวน์ชั้นดีจะมีกลิ่นคล้ายขนมปังปิ้ง ยีสต์ หรือถั่วอัลมอนด์ ซึ่งได้มาจากการบ่มไวน์ไว้กับกากยีสต์นั่นเองค่ะ
Tip: ควรเสิร์ฟในแก้วทรงสูงผอม (Flute) เพื่อช่วยรักษาพรายฟองให้คงอยู่ได้นานที่สุดและมองเห็นสายฟองที่สวยงาม
🍯 5. ไวน์หวาน (Dessert Wine): ความหวานหยดย้อยที่ปิดท้ายมื้ออย่างสมบูรณ์

ไวน์ประเภทนี้ทำจากองุ่นที่มีความหวานจัดเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะด้วยการปล่อยให้เหี่ยวคาต้น หรือการหยุดกระบวนการหมักเพื่อให้น้ำตาลยังคงอยู่
คาแรคเตอร์: มีความเข้มข้นสูง บอดี้หนัก และรสชาติหวานนำชัดเจน แต่ต้องมีรสเปรี้ยวมาตัดเพื่อไม่ให้เลี่ยนจนเกินไป
กลิ่นสัมผัส: หอมหวานเหมือนน้ำผึ้ง ผลไม้แช่อิ่ม แอพริคอทแห้ง และอินทผลัม
Tip: อย่าดื่มเยอะนะคะ เพราะน้ำตาลสูงมาก แนะนำให้จิบเพียงนิดเดียวคู่กับชีสที่มีรสเค็ม (Blue Cheese) หรือขนมหวานประเภททาร์ตผลไม้ จะเป็นการจบมื้อที่เพอร์เฟกต์ที่สุดค่ะ
หวังว่าเนื้อหาที่เข้มข้นขึ้นนี้ ของ Blig ของ โรงเรียนมารุโชติ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านทุกคนนะคะ เพราะการดื่มไวน์ไม่ใช่แค่เรื่องของแอลกอฮอล์ แต่คือการเรียนรู้เรื่องภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม และประสาทสัมผัสค่ะ
#ความรู้เรื่องไวน์
#โรงเรียนมารุโชติ
#มือใหม่หัดดื่มไวน์




ความคิดเห็น