top of page

เจาะลึกแบรนด์แก้วไวน์ระดับโลกที่ “มืออาชีพ” ไว้วางใจ: จากมาตรฐานสากลสู่ความล้ำสมัยระดับ Hi-End

​🍷  เจาะลึกแบรนด์แก้วไวน์ระดับโลกที่ “มืออาชีพ” ไว้วางใจ: จากมาตรฐานสากลสู่ความล้ำสมัยระดับ Hi-End ✨


​สวัสดีครับทุกคน! สำหรับท่านที่หลงใหลในศิลปะการบริการและการดื่มไวน์ คงทราบดีนะครับว่า "แก้วไวน์" ไม่ใช่แค่ภาชนะสำหรับใส่เครื่องดื่ม แต่คือ "เครื่องมือ" ชิ้นสำคัญที่ช่วยปลดล็อกกลิ่นและรสชาติของไวน์ให้สมบูรณ์แบบที่สุด


​วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ 5 แบรนด์แก้วไวน์ระดับท็อปที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโรงแรม 5 ดาว และร้านอาหาร Fine Dining ในไทย มาดูกันค่ะว่าทำไมแบรนด์เหล่านี้ถึงครองใจ Sommelier และนักดื่มระดับโปร! 🥂


"เพราะแก้วไวน์ที่ดี... คือแก้วที่ทำให้คุณ Enjoy กับไวน์ได้มากที่สุด"

เรียนรู้ศิลปะการบริการระดับสากลได้ที่ Maru CHOT



​1. Riedel (รีเดล) 🍷

"มาตรฐานโลกที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ไวน์"

ถ้าถามถึงแบรนด์ที่เป็น Common Language ของโลกไวน์ ต้องยกให้ Riedel จากออสเตรียครับแบรนด์นี้คือผู้บุกเบิกแนวคิด "Grape Variety Specific" หรือการออกแบบแก้วตามสายพันธุ์องุ่นโดยเฉพาะ

  • ทำไมต้องมี: เพราะเขาคำนวณองศาการไหลของไวน์ให้ตกลงบนตุ่มรับรสที่เหมาะสมบนลิ้นอย่างแม่นยำ

  • เหมาะสำหรับ: ร้านอาหารที่ต้องการความน่าเชื่อถือระดับสากล และการันตีว่าไวน์ทุกหยดจะแสดงศักยภาพออกมาได้เสถียรที่สุดครับ


​2. Zalto (ซาลโต้) 💎

"ความบางเบาที่ให้สัมผัสอันบริสุทธิ์"

นี่คือแก้วที่เป็น Wishlist ของนักสะสมทั่วโลก! Zalto โดดเด่นด้วยงานเป่ามือ (Mouth-blown) ที่บางจนเกือบจะไร้น้ำหนัก ทำให้เหมือนไม่มีอะไรมากั้นกลางระหว่างเรากับไวน์

  • ทำไมต้องมี: ให้ความรู้สึกที่สะอาด ชัดเจน และละเอียดอ่อนมาก โดยเฉพาะกับไวน์เก่าหรือไวน์ขาวชั้นเลิศ

  • ข้อควรระวัง: น้องมีความบอบบางสูงมาก ต้องใช้ความทนุถนอมระดับสูงสุดในการดูแลครับ


​3. Spiegelau (ชปีเกอเลา) 🥂

"ความสมบูรณ์แบบที่จับต้องได้จริง"

แบรนด์เยอรมันคุณภาพสูงภายใต้เครือเดียวกับ Riedel แต่เน้นความแข็งแรงและการใช้งานที่คล่องตัวกว่า (High-performance & Durable)

  • ทำไมต้องมี: ดีไซน์ยังคงความหรูหราและฟังก์ชันครบถ้วน แต่เนื้อแก้วทนทานต่อการใช้งานหนักในร้านอาหารหรือไวน์บาร์

  • เหมาะสำหรับ: ร้านที่ต้องการยกระดับภาพลักษณ์แต่ยังกังวลเรื่องการแตกหัก เป็นตัวเลือกที่ "คุ้มค่า" ที่สุดแบรนด์หนึ่งเลยครับ


​4. Schott Zwiesel (ช็อต ซวีเซล) 💪

"ที่สุดแห่งนวัตกรรมความแกร่ง"

ขึ้นชื่อเรื่องเทคโนโลยี Tritan Crystal ที่ผสมไทเทเนียมและเซอร์โคเนียมลงในเนื้อแก้ว ทำให้ทนต่อการกระแทกและรอยขีดข่วนได้ดีเยี่ยม

  • ทำไมต้องมี: จะเช็ด จะล้าง หรือชนแก้วเบาๆ ก็ไม่ต้องลุ้นจนตัวเกร็ง แถมยังคงความใสแวววาวได้ยาวนานแม้ผ่านการล้างด้วยเครื่องหลายครั้ง

  • เหมาะสำหรับ: โรงแรมขนาดใหญ่และบาร์ที่เน้นการบริการที่รวดเร็วและเน้นความทนทานแบบ Professional


​5. Lucaris (ลูคาริส) 🌟

"ความภูมิใจแห่งเอเชีย มาตรฐานระดับสากล"

แบรนด์ Crystal เกรดพรีเมียมจากเอเชียเรานี่เองครับ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความเป็นเอเชียได้อย่างลงตัว

  • ทำไมต้องมี: ดีไซน์สวยสง่า ทันสมัย ในราคาที่สมเหตุสมผล ทำให้เป็นแบรนด์ที่เข้าถึงง่ายแต่ยังดูหรูหรา

  • เหมาะสำหรับ: ผู้เริ่มต้นศึกษาเรื่องไวน์อย่างจริงจัง หรือใช้ในงานจัดเลี้ยงที่ต้องการแก้วที่ดูดีมีระดับในทุกโอกาส


​💡 Maru CHOT Tips:

​การเลือกแก้วไวน์ที่ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องแพงที่สุด เสมอไปครับ แต่ควรเลือกให้เหมาะกับ "สถาณการณ์" และ "ประเภทไวน์" ที่เราดื่ม

  • ​ถ้าต้องการ Experience สูงสุด เลือก Zalto

  • ​ถ้าเน้น Function และความเป๊ะ เลือก Riedel

  • ​ถ้าเน้น Business และความทนทาน เลือก Schott Zwiesel หรือ Spiegelau

สรุปเปรียบเทียบแก้วไวน์ทั้ง 5 แบรนด์


แบรนด์

จุดเด่น (Key Feature)

ระดับความทนทาน

เหมาะสำหรับใคร


1. Riedel 🍷

Varietal Specific

⭐⭐⭐

สายเทคนิค / นักดื่มตัวจริง


2. Zalto 💎

Ultra-Thin & Light

นักสะสม / มื้อพิเศษ


3. Spiegelau 🥂

Professional Balance

⭐⭐⭐⭐

ร้านอาหาร / Home Use


4. Schott Zwiesel 💪

Tritan Crystal (Strong)

⭐⭐⭐⭐⭐

โรงแรม / บาร์ / งานปาร์ตี้


5. Lucaris 🌟

Modern Asian Elegance

⭐⭐⭐⭐

ผู้เริ่มต้น / ของขวัญ / อีเวนต์


✨ Special Add-on: 2 แบรนด์ "Next Level" ที่ Sommelier ยุคใหม่ต้องรู้จัก!

​นอกจาก 5 แบรนด์มาตรฐานข้างต้นแล้ว ถ้าคุณอยากก้าวเข้าสู่โลกของนักดื่มไวน์ระดับ Advance หรืออยากหาแก้วที่สร้าง "Surprise" บนโต๊ะอาหาร Maru CHOT ขอแนะนำอีก 2 แบรนด์ลับ (ที่ไม่ลับอีกต่อไป) ดังนี้ครับ:


6. Mark Thomas (Double Bend) 🍷: ล้ำสมัยด้วยดีไซน์หักมุม

​แบรนด์นี้คือคู่แข่งสายตรงของ Zalto ที่กำลังมาแรงสุดๆ ในหมู่คนชอบความ "แปลกใหม่แต่ทรงพลัง" ครับ

  • The Highlight: ดีไซน์แบบ Double Bend (แก้วที่มีรอยหักมุม 2 ระดับ) ไม่ได้ทำมาเพื่อความเท่เท่านั้นนะครับ แต่ถูกคำนวณมาเพื่อเพิ่มพื้นที่หน้าตัดให้ไวน์ได้สัมผัสอากาศ (Aerate) ได้เร็วขึ้น ช่วยดึงอโรมาที่ซับซ้อนออกมาได้ทันทีที่ริน!

  • Experience: เป็นงานเป่ามือ (Mouth-blown) ที่บางเบาหวิว ให้ลุคที่ดูโมเดิร์นและสะดุดตาที่สุดบนโต๊ะอาหารเลยครับ


7. Josephine No. 4 (Josephinenhütte) 🍷: ตำนานบทใหม่จากผู้สร้าง Zalto

​ถ้าคุณรัก Zalto คุณจะหลงรัก Josephine ค่ะ! เพราะนี่คือผลงานชิ้นเอกของ Kurt Josef Zalto ผู้ออกแบบแก้ว Zalto อันโด่งดังที่ออกมาสร้างแบรนด์ใหม่ของตัวเอง

  • The Highlight: เอกลักษณ์คือ "รอยหยัก" (Kink) ที่ฐานแก้ว ซึ่งเป็นดีไซน์ที่ชาญฉลาดมาก เพราะช่วยให้เกิดการไหลเวียนของไวน์ที่ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษเวลาเราแกว่งแก้ว (Swirl)

  • Experience: ได้รับการยกย่องว่าเป็น "The Perfect Wine Glass" ในยุคปัจจุบัน เพราะเป็นการผสมผสานระหว่างงานศิลปะที่อ่อนช้อยกับฟังก์ชันทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างไร้ที่ติครับ


​💡 Maru CHOT Expert Opinion:

​ถ้าแบรนด์ 1-5 คือ "พื้นฐานที่มั่นคง" แบรนด์ที่ 6 และ 7 ก็คือ "ความสุนทรีย์ขั้นสุด" ครับ ใครที่เป็นเจ้าของสองแบรนด์นี้ บอกเลยว่าเทสต์การเลือกแก้วของคุณไม่ธรรมดาแน่นอน!


​แล้วในตู้แก้วของเพื่อนๆ ล่ะครับ มีแบรนด์ไหนเป็นเบอร์หนึ่งในใจบ้าง? หรือใครมี "แบรนด์ลับ" อยากป้ายยาบอกพวกเราชาว Maru CHOT ได้ที่คอมเมนต์เลยนะครับ! 👇💬


สนใจยกระดับทักษะการบริการและเรียนรู้เรื่องไวน์แบบมืออาชีพ ติดต่อเราได้ที่:

​🌐 Website: www.maruchot.com

💚 Line@: @maruchot

📞 Tel: 097-1597447, 097-053-1846


ความคิดเห็น

ได้รับ 0 เต็ม 5 ดาว
ยังไม่มีการให้คะแนน

ให้คะแนน
bottom of page