เจาะลึกแบรนด์แก้วไวน์ระดับโลกที่ “มืออาชีพ” ไว้วางใจ: จากมาตรฐานสากลสู่ความล้ำสมัยระดับ Hi-End
- โรงเรียนมารุสอนอาชีพการ เรือสำราญและการโรงแรม
- 20 ธ.ค. 2568
- ยาว 2 นาที
🍷 เจาะลึกแบรนด์แก้วไวน์ระดับโลกที่ “มืออาชีพ” ไว้วางใจ: จากมาตรฐานสากลสู่ความล้ำสมัยระดับ Hi-End ✨
สวัสดีครับทุกคน! สำหรับท่านที่หลงใหลในศิลปะการบริการและการดื่มไวน์ คงทราบดีนะครับว่า "แก้วไวน์" ไม่ใช่แค่ภาชนะสำหรับใส่เครื่องดื่ม แต่คือ "เครื่องมือ" ชิ้นสำคัญที่ช่วยปลดล็อกกลิ่นและรสชาติของไวน์ให้สมบูรณ์แบบที่สุด
วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ 5 แบรนด์แก้วไวน์ระดับท็อปที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโรงแรม 5 ดาว และร้านอาหาร Fine Dining ในไทย มาดูกันค่ะว่าทำไมแบรนด์เหล่านี้ถึงครองใจ Sommelier และนักดื่มระดับโปร! 🥂
"เพราะแก้วไวน์ที่ดี... คือแก้วที่ทำให้คุณ Enjoy กับไวน์ได้มากที่สุด"
เรียนรู้ศิลปะการบริการระดับสากลได้ที่ Maru CHOT

1. Riedel (รีเดล) 🍷
"มาตรฐานโลกที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ไวน์"
ถ้าถามถึงแบรนด์ที่เป็น Common Language ของโลกไวน์ ต้องยกให้ Riedel จากออสเตรียครับแบรนด์นี้คือผู้บุกเบิกแนวคิด "Grape Variety Specific" หรือการออกแบบแก้วตามสายพันธุ์องุ่นโดยเฉพาะ
ทำไมต้องมี: เพราะเขาคำนวณองศาการไหลของไวน์ให้ตกลงบนตุ่มรับรสที่เหมาะสมบนลิ้นอย่างแม่นยำ
เหมาะสำหรับ: ร้านอาหารที่ต้องการความน่าเชื่อถือระดับสากล และการันตีว่าไวน์ทุกหยดจะแสดงศักยภาพออกมาได้เสถียรที่สุดครับ
2. Zalto (ซาลโต้) 💎
"ความบางเบาที่ให้สัมผัสอันบริสุทธิ์"
นี่คือแก้วที่เป็น Wishlist ของนักสะสมทั่วโลก! Zalto โดดเด่นด้วยงานเป่ามือ (Mouth-blown) ที่บางจนเกือบจะไร้น้ำหนัก ทำให้เหมือนไม่มีอะไรมากั้นกลางระหว่างเรากับไวน์
ทำไมต้องมี: ให้ความรู้สึกที่สะอาด ชัดเจน และละเอียดอ่อนมาก โดยเฉพาะกับไวน์เก่าหรือไวน์ขาวชั้นเลิศ
ข้อควรระวัง: น้องมีความบอบบางสูงมาก ต้องใช้ความทนุถนอมระดับสูงสุดในการดูแลครับ
3. Spiegelau (ชปีเกอเลา) 🥂
"ความสมบูรณ์แบบที่จับต้องได้จริง"
แบรนด์เยอรมันคุณภาพสูงภายใต้เครือเดียวกับ Riedel แต่เน้นความแข็งแรงและการใช้งานที่คล่องตัวกว่า (High-performance & Durable)
ทำไมต้องมี: ดีไซน์ยังคงความหรูหราและฟังก์ชันครบถ้วน แต่เนื้อแก้วทนทานต่อการใช้งานหนักในร้านอาหารหรือไวน์บาร์
เหมาะสำหรับ: ร้านที่ต้องการยกระดับภาพลักษณ์แต่ยังกังวลเรื่องการแตกหัก เป็นตัวเลือกที่ "คุ้มค่า" ที่สุดแบรนด์หนึ่งเลยครับ
4. Schott Zwiesel (ช็อต ซวีเซล) 💪
"ที่สุดแห่งนวัตกรรมความแกร่ง"
ขึ้นชื่อเรื่องเทคโนโลยี Tritan Crystal ที่ผสมไทเทเนียมและเซอร์โคเนียมลงในเนื้อแก้ว ทำให้ทนต่อการกระแทกและรอยขีดข่วนได้ดีเยี่ยม
ทำไมต้องมี: จะเช็ด จะล้าง หรือชนแก้วเบาๆ ก็ไม่ต้องลุ้นจนตัวเกร็ง แถมยังคงความใสแวววาวได้ยาวนานแม้ผ่านการล้างด้วยเครื่องหลายครั้ง
เหมาะสำหรับ: โรงแรมขนาดใหญ่และบาร์ที่เน้นการบริการที่รวดเร็วและเน้นความทนทานแบบ Professional
5. Lucaris (ลูคาริส) 🌟
"ความภูมิใจแห่งเอเชีย มาตรฐานระดับสากล"
แบรนด์ Crystal เกรดพรีเมียมจากเอเชียเรานี่เองครับ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความเป็นเอเชียได้อย่างลงตัว
ทำไมต้องมี: ดีไซน์สวยสง่า ทันสมัย ในราคาที่สมเหตุสมผล ทำให้เป็นแบรนด์ที่เข้าถึงง่ายแต่ยังดูหรูหรา
เหมาะสำหรับ: ผู้เริ่มต้นศึกษาเรื่องไวน์อย่างจริงจัง หรือใช้ในงานจัดเลี้ยงที่ต้องการแก้วที่ดูดีมีระดับในทุกโอกาส
💡 Maru CHOT Tips:
การเลือกแก้วไวน์ที่ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องแพงที่สุด เสมอไปครับ แต่ควรเลือกให้เหมาะกับ "สถาณการณ์" และ "ประเภทไวน์" ที่เราดื่ม
ถ้าต้องการ Experience สูงสุด เลือก Zalto
ถ้าเน้น Function และความเป๊ะ เลือก Riedel
ถ้าเน้น Business และความทนทาน เลือก Schott Zwiesel หรือ Spiegelau

สรุปเปรียบเทียบแก้วไวน์ทั้ง 5 แบรนด์
แบรนด์
จุดเด่น (Key Feature)
ระดับความทนทาน
เหมาะสำหรับใคร
1. Riedel 🍷
Varietal Specific
⭐⭐⭐
สายเทคนิค / นักดื่มตัวจริง
2. Zalto 💎
Ultra-Thin & Light
⭐
นักสะสม / มื้อพิเศษ
3. Spiegelau 🥂
Professional Balance
⭐⭐⭐⭐
ร้านอาหาร / Home Use
4. Schott Zwiesel 💪
Tritan Crystal (Strong)
⭐⭐⭐⭐⭐
โรงแรม / บาร์ / งานปาร์ตี้
5. Lucaris 🌟
Modern Asian Elegance
⭐⭐⭐⭐
ผู้เริ่มต้น / ของขวัญ / อีเวนต์

✨ Special Add-on: 2 แบรนด์ "Next Level" ที่ Sommelier ยุคใหม่ต้องรู้จัก!
นอกจาก 5 แบรนด์มาตรฐานข้างต้นแล้ว ถ้าคุณอยากก้าวเข้าสู่โลกของนักดื่มไวน์ระดับ Advance หรืออยากหาแก้วที่สร้าง "Surprise" บนโต๊ะอาหาร Maru CHOT ขอแนะนำอีก 2 แบรนด์ลับ (ที่ไม่ลับอีกต่อไป) ดังนี้ครับ:
6. Mark Thomas (Double Bend) 🍷: ล้ำสมัยด้วยดีไซน์หักมุม
แบรนด์นี้คือคู่แข่งสายตรงของ Zalto ที่กำลังมาแรงสุดๆ ในหมู่คนชอบความ "แปลกใหม่แต่ทรงพลัง" ครับ
The Highlight: ดีไซน์แบบ Double Bend (แก้วที่มีรอยหักมุม 2 ระดับ) ไม่ได้ทำมาเพื่อความเท่เท่านั้นนะครับ แต่ถูกคำนวณมาเพื่อเพิ่มพื้นที่หน้าตัดให้ไวน์ได้สัมผัสอากาศ (Aerate) ได้เร็วขึ้น ช่วยดึงอโรมาที่ซับซ้อนออกมาได้ทันทีที่ริน!
Experience: เป็นงานเป่ามือ (Mouth-blown) ที่บางเบาหวิว ให้ลุคที่ดูโมเดิร์นและสะดุดตาที่สุดบนโต๊ะอาหารเลยครับ
7. Josephine No. 4 (Josephinenhütte) 🍷: ตำนานบทใหม่จากผู้สร้าง Zalto
ถ้าคุณรัก Zalto คุณจะหลงรัก Josephine ค่ะ! เพราะนี่คือผลงานชิ้นเอกของ Kurt Josef Zalto ผู้ออกแบบแก้ว Zalto อันโด่งดังที่ออกมาสร้างแบรนด์ใหม่ของตัวเอง
The Highlight: เอกลักษณ์คือ "รอยหยัก" (Kink) ที่ฐานแก้ว ซึ่งเป็นดีไซน์ที่ชาญฉลาดมาก เพราะช่วยให้เกิดการไหลเวียนของไวน์ที่ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษเวลาเราแกว่งแก้ว (Swirl)
Experience: ได้รับการยกย่องว่าเป็น "The Perfect Wine Glass" ในยุคปัจจุบัน เพราะเป็นการผสมผสานระหว่างงานศิลปะที่อ่อนช้อยกับฟังก์ชันทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างไร้ที่ติครับ
💡 Maru CHOT Expert Opinion:
ถ้าแบรนด์ 1-5 คือ "พื้นฐานที่มั่นคง" แบรนด์ที่ 6 และ 7 ก็คือ "ความสุนทรีย์ขั้นสุด" ครับ ใครที่เป็นเจ้าของสองแบรนด์นี้ บอกเลยว่าเทสต์การเลือกแก้วของคุณไม่ธรรมดาแน่นอน!
แล้วในตู้แก้วของเพื่อนๆ ล่ะครับ มีแบรนด์ไหนเป็นเบอร์หนึ่งในใจบ้าง? หรือใครมี "แบรนด์ลับ" อยากป้ายยาบอกพวกเราชาว Maru CHOT ได้ที่คอมเมนต์เลยนะครับ! 👇💬

สนใจยกระดับทักษะการบริการและเรียนรู้เรื่องไวน์แบบมืออาชีพ ติดต่อเราได้ที่:
🌐 Website: www.maruchot.com
💚 Line@: @maruchot
📞 Tel: 097-1597447, 097-053-1846
#MaruCHOT #WineGlass #WineLover #Riedel #Zalto #HospitalityExpert #ความรู้ไวน์ #โรงเรียนมารุโชติ




ความคิดเห็น